เมืองไทยไม่น่าเลย!

วันอังคาร, มีนาคม 28, 2560

บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ฤาจะซ้ำรอย กสทช

(บทความนี้เขียนในวันแรกของข่าว) หลายคนไม่ทราบจะทันดูข้อมูลข่าวการยัดไส้เนื้อหาของ สนช ในระหว่างการพิจารณาร่าง กม เกี่ยวกับปิโตรเลียมหรือไม่
ผมไม่ได้ข้อมูลละเอียดมากนัก แต่ จากหัวข้อข่าวที่ทาง หนังสือพิมพ์มติชนวันที่ 28 มีนาคม 2560 ลงข้อมูลการให้สัมภาษณ์หม่อมอุ๋ยไว้ มีข้อคิดที่น่าสนใจว่า หน้าที่ของบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ จะทำหน้าที่กำกับสัมปทานน้ำมันทั้งหมด แทนกระทรวงพลังงาน (แล้วจะมีกระทรวงไว้เพื่อ?) นัยว่าจะสามารถกำหนดการตัดสินใจเรื่องสัญญาและสัมปทานทั้งหมด
ฟังดูคล้ายๆอะไรครับ คล้ายๆ กสทช มั้ยเอ่ย ที่เข้ามากำกับการสื่อสารคมนาคมทุกอย่าง แล้วสร้างผลงานอะไรไว้บ้าง การประมูล 4G อันลือลั่นอย่างหนึ่งล่ะ การประมูลช่องทีวีดิจิตอลอีกอย่างล่ะ แล้วผลเป็นไงบ้าง ได้ชื่อว่าเป็นการประมูลคลื่นความถี่ที่แพงที่สุดที่หนึ่งในโลก ไม่แน่ใจอันดับแต่ร่ำลือไปทั่ว หนึ่งในผู้ประมูลไม่สามารถดำเนินการได้จริง ที่เหลือได้ประมูลก็หวานอมขมกลืน เพราะสุดท้ายคนที่ประมูลไม่ได้ก็ยังได้สิทธิดำเนินการต่อด้วยการคุ้มครองชั่วคราว มาเป็นคู่แข่งที่ดุเดือดแต่ไม่ต้องจ่ายต้นทุนเพิ่ม ผมไม่มีปัญหากับการแข่งขันนะ แต่ว่าเกมนี้ที่ถูกเซตไว้มันชุ่ยน่ะ และมีโอกาสสูงมากที่จะเข้าสู่จุดอับในอนาคต คนที่จ่ายเงินแล้วไม่ได้เปรียบ คนที่ไม่ได้จ่ายถูกคุ้มครอง แต่ถ้าหักดิบกับรายที่ไม่ได้จ่ายไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นลูกค้าที่ต้องถูกลอยแพ ตลาดผูกขาดในตอนท้ายที่จะผลักภาระจากการประมูลอันสูงลิ่วมายังผู้บริโภค ภูมิใจมากเหรอที่ได้เงินประมูลในราคาสูง เหรอ?
ยังมีผลงานด้านการโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน สามารถทำประวัติศาสตร์การประมูลช่องดิจิตอลที่น่าสนใจยิ่ง เพราะบางที่เขาไม่ได้จัดเป็นประมูลกัน เขาก็ขายใบอนุญาตกันในราคาที่แน่นอน และอาจจะใช้วิธีการทางข้อกำหนดอื่นๆเพื่อป้องกันการผูกขาด แต่สำหรับ กสทช นั้นเลือกการประมูล และก็มีหลายช่องที่ประมูลไปทั้งๆที่ไม่สามารถบริกหารจัดการได้จริง ซึ่งก็เข้าใจ เพราะมันอยู่ในธุรกิจ จะทิ้งไปก็ใช่ที่ ไม่รู้พวกเขาเหล่านั้นผิดเองมั้งที่โง่ประมูลในราคาสูงเอง ทั้งที่มันไม่สอดคล้องกับความเป็นไปได้ของธุรกิจ สุดท้ายมีหลายช่องที่ต้องหยุดกิจการเพราะมันไปไม่ไหวจริงๆ อีกหลายช่องผ่อนผันบ้าง จ่ายช้าบ้าง มันจะว่าเป็นความผิดของตัวเองก็ใช่นะ แต่ถามว่าคนดูได้อะไรบ้าง ทุกวันนี้เรามีกี่ช่องที่สามารถผลิตรายการมีคุณภาพได้จริงๆให้กับคนดู เอาละที่ว่าต่อให้สถานีโทรทัศน์รวยกว่านี้ รายได้มากกว่านี้ อาจจะไม่ผลิตรายการดีๆก็ได้ แต่ขอพักไว้ก่อน
เรื่องการออกข้อกำหนดก็ไม่รัดกุม จนทำให้ช่องหนึ่งออกอากาศทั้งในรูปแบบเดิมและแบบดิจิตอล จนเป็นเรื่องเป็นราวต้องไปตามล้างตามล่าบังคับให้เขาต้องทำตาม ทั้งๆที่ ทั้งๆที่ ตัวเองที่เขียนข้อกำหนดมีช่องโหว่เอง แต่ไม่คิดว่าจะต้องรับผิดชอบอะไรมันสักอย่าง แถมยังใช้อำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐจัดการเขาอีก(ขออภัย เหมือนเก็บกด)
แต่ประเด็นจริงๆ คือ กสทช มันมีไว้เพื่ออะไร มีไว้เพื่อให้รัฐ หรือที่จริงคือองค์กรที่ไม่ขึ้นตรงกับรัฐอย่างสมบูรณ์ (ก็เขาอิสระ) สามารถทำอะไรก็ได้เพื่อหาเงินเข้ารัฐ(หรือเปล่า ข่าวว่ากระเป๋า กสทช นั้นต่างหากจากรัฐ) หรือว่า มันควรมีไว้กำกับดูแล เพื่อประชาชน
ประชาชน ที่จ่ายเงินให้รัฐ ไปจ่ายให้องค์กรอิสระอีกทีหนึ่ง (ก็อาจจะไม่ต้องการเงินของเราแล้วก็ได้ ก็เขาได้เงินประมูลไปมากขนาดนั้น)
แต่เอาเข้าจริง กสทช ก็ไม่ได้สนใจที่จะดูแลว่า ประชาชน สมควรได้รับอะไรจากการประมูลบ้าง นอกจากเฉลิมฉลองในการหารายได้เข้ารัฐ และทิ้งปัญหาเอาไว้ให้ภาคเอกชนแก้ไข ที่วันหนึ่งมันก็กระทบต่อประชาชน
สำหรับ บรรษัท น้ำมันแห่งชาติ ที่คิดจะตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กร ที่จะมา"ก่อน"กระทรวงอีกทีหนึ่ง เพียงเห็นแนวคิดก็ปรากฏเงาของ กสทช มาลางๆ คำถามแรกๆในหัวคือ แล้วใครจะมานั่งกำกับดูแล แล้วเขาจะ"นั่ง"อยู่ยาวนานอีกแค่ไหน ถ้าทำงานแล้วมันผิดพลาดซ้ำซากเช่นเดียวกับ กสทช ล่ะ ใครจะมาจัดการได้ ก็เห็นอยู่ว่า ชื่อของคนใน กสทช ที่สร้างผลงานอันบรรเจิดอยู่กันมายาวนานเท่าไหร่ ไม่ว่ารัฐบาลในอนาคตที่(อาจจะ)มาจากการเลือกตั้งจะอยู่หรือไปก็ตาม "คน"ที่จะอยู่ในบรรษัทที่ว่าคุณว่าเขาจะอยู่หรือไปล่ะ ผมว่าน่าสงสัยนะ
แล้วสุดท้ายเราก็อาจจะทำอะไรไม่ได้เหมือนอย่างที่เป็นมา ต้องรับผลที่ตามมาในขณะที่ได้แต่นั่งดูเขาเล่นเกมกันไป
ถ้าหากค้านตอนนี้ก็จะมีคนถามว่า รายละเอียดยังไม่กำหนดเลยจะค้านอะไร ตีตนไปก่อนไข้หรือเปล่าก็อาจจะจริงนะ แต่ตอนที่เขาจะจบรายละเอียดกันเขาก็จะไม่ได้มาถามความเห็นพวกเราหรอก อย่าลืมล่ะ!

วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 20, 2559

ถิ่นกาขาว

เวลาผ่านไปนับแต่วันที่มีการยึดอำนาจ ก็นับมาปีที่สามแล้ว
ผมเชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่เริ่มเปลี่ยนแปลงความคิด จากที่เห็นดีเห็นงามกับการปฏิวัติรัฐประหาร เคยออกไปไชโยโห่ร้องกับผลงานของ รสช ที่ขับผู้คนที่ตนเกลียดชังออกไป ตอนนี้หลายคน(ไม่ใช่ทุกคน)เริ่มมีอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครั้นจะออกอาการไม่เห็นด้วยรุนแรงก็ใช่ที่ ครั้นจะออกมาสนับสนุนต่อก็รู้สึกให้กระอักกระอ่วน
ว่ากันตามจริงเขาก็ไม่ต้องการคุณไปสนับสนุนเขาอีกต่อไปแล้วละครับ คือว่าง่ายๆตอนนี้คุณอยู่ในกำมือเขาแล้ว จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด วาทะ ผมคือกฎหมาย มันก็แสดงให้เห็นความหมายที่แท้จริงของคณะนี้อยู่แล้ว
ดูได้จากทั้งเบอร์หนึ่งเบอร์สองที่แสดงความเห็นสอดคล้องต่อกันตลอด

แม้ว่าเป็นกา แต่เมื่อเห็นว่ามีสีขนขาวสะอาด จึงทำให้คนเห็นว่าเป็นหงส์
ตอนนี้คนที่คุณเคยเห็นว่าเขาเป็นหงส์ เราก็เริ่มจะรู้ว่าเขาทาสีขาวชะโลมพอกตัวมา แต่ว่าไม่ทันการณ์เสียแล้ว หวังได้เพียงว่า วันหนึ่งสายฝนจะชะล้างเอาสีที่พอกไว้ออกไป เมื่อปลายขนเปลี่ยนสี ได้แต่หวังว่าคนคงจะเห็นกันเสียที ว่าที่นำเราอยู่นี้ไม่ใช่หงส์ แต่เป็นกา

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 19, 2559

ปัญหามันอยู่ตรงไหน

ตอนนี้เรื่องฮอทสุดฮิตคือ เรื่องพระล็อคคอตำรวจ พระปลอม ไพล่ไปจนพระตุ๊ด
แต่ว่าอย่าได้เพ่อไปหลงกับเรื่องนี้ให้มากนัก
ผมไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ แต่แค่ว่าเรื่องที่สำคัญยิ่งยวดกว่านั้น คื เรื่องรัฐธรรมนูญ
คอบจับตาให้ดี ช่วงนี้เผลอไผลไปสักครู่ ที่ร่างไว้อาจจะเปลี่ยน เปลี่ยนไปไกลกว่าเก่า
ผมอยากจะเปรียบความหนักหน่วงของเรื่องนี้
เรื่องพระ เหมือนกับ ครูเลขกับภาษาไทยทะเลาะกัน
แต่รัฐธรรมนูญ เปรียบกับ การออกกฏให้นักเรียนทุกคนเปลี่ยนยูนิฟอร์ม จากเดิมชุดนักเรียน เปลี่ยนเป็นชุดไพรเวจ อะไรก็ได้
คือเรื่องแรกมันมีผลกระทบกับนักเรียนหลายคนเหมือนกัน และอาจทำคงามรำคาญใจในวงกว้าง จนถึงสร้างความสะใจในหมู่คนดู
แต่การเปลี่ยนยูนิฟอร์ม จะมีผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังทุกๆคน ตั้งแต่นักเรียนยันครู
เริ่มตั้งแต่เด็กยากจนจะทำอย่างไร เด็กที่มั่งมีแต่งตัวสวยๆ แต่เด็กยากจนไม่มีจะใส่ ถ้าเค้าเลือกใส่ชุดนักเรียนต่อแล้วมันจะยังไง สำหรับเด็กที่มีจะแต่งตัวมาแข่งขันกันหรือไม่ แล้วมันจะไปไกลถึงแค่ไหน จะนุ่งสั้นนุ่งเว้าได้ม้ย รปภ จะทำอย่างไรถึงจะแยกแยะนักเรียนของตัวกับคนนอก คุณครูจะต้องแต่งตัวให้ดีขึ้นมั้ย หรือถ้าไม่จะมีผลกระทบอะไรกับการวอน แล้วเด็กผู้หญิงจะแต่งหน้าได้มั้ย
โอ้ย อีกร้อยแปด
ผมไม่ได้บอกว่าการแต่งชุดนักเรียนมันดีกว่าชุดไพรเวจนะครับ มันมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่ผมหมายถึงผลกระทบน่ะ มันยิ่งใหญ่ยุ่งขิงยิ่งกว่าใครจะเป็นสังฆราชา
เรากำลังพูดถึงอนาคตของลูกหลานเรา
คือ ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างผมหรือไม่ มี่ไม่ต้องการรับร่างรัฐธรรมนูญนี้
แต่ ไม่ว่าคุณจะใส่ใจหรือไม่ใส่ใจมัน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้ามันผ่านไปบังคับใช้ได้มันจะมีผลกระทบต่อลูกคุณอย่างมหาศาล
ตอนนี้เรายังอยู่กับจุดที่ว่า ในร่างฉบับนี้ จะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังจะสืบทอด ความเป็นคนดีให้แก่กันไปได้ตลอดไป
ผมอาจจะเป็นคนขี้ระแวงสักหน่อย แต่ว่า ถ้าลูกคุณไม่ได้ถูกนับอยู่ในกลุ่มคนดีนั่น เค้าจะไม่มีวันมีสิทธิมีเสียงอย่างแท้จริง
ถ้าหากวันใดลูกคุณมีปัญหา แล้วขอร้องให้คนกลุ่มนี้แก่ปัญหา แล้วพวกเขาช่วยแก้ปัญหา นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาเป็นคนดี กรุณาแก้ปัญหาให้ลูกคุณ ไม่ใช่เพราะเขามีหน้าที่ ต้อง แก้ปัญหาให้ลูกคุณ
คือผมไม่เถึยงนะ ว่าความดีและจริยธรรมมันสำคัญ
แต่มันก็เป็นไปได้มากว่า พวกเขาซึ่งเป็นคนดี จะให้ระดับความช่วยเหลือ ตามมาตราฐานความดีของลูกคุณที่พวดเขาเป็นฝ่ายประเมิน ก็ในเมื่อเขายึดหลักความดีที่เกิดจากการกระทำ นับกรรมดีกรรมชั่วเป็นสำคัญในการนับพวกพ้องแลการประเมินตัดสินต่างๆนาๆ
คุณจะหวังให้พวกเขามีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อลูกคุณในฐานะอันเท่าเทียมกันในพลเมืองคนหนึ่ง ได้หรือ
หรือได้แค่หวังว่าพวกเขาจะปฏิบัติต่อลูกคุณในฐานของความกรุณาเพราะเห็นว่าลูกคุณเป็นคนดีในมาตราฐานของพวกเขา
ขอให้ลูกคุณโชคดี