เมืองไทยไม่น่าเลย!

วันจันทร์, กรกฎาคม 04, 2554

เพื่อไทยชนะ = ...โน่น นี่ นั่น ...(มันไม่แน่)

แล้ววันเลือกตั้งก็ผ่านพ้น ประเทศไทยถูกคาดหวังว่าต้องเดินหน้าต่อ
แต่ทว่าสัญญาณอันตรายยังไม่ผ่านพ้นไป ยังต้องจับตาการฟอร์มทีมรัฐบาล
จับทำไม ทำอะไรได้ เราทำอะไรไม่ได้ อันนี้ประชาชนต้องรับความจริง ความจริงที่ว่าวันที่เรามีสิทธิมีแค่วันเดียว วันต่อมาเป็นวันของเขาแล้ว เพราะสิทธิที่เรามีเราได้มอบให้เขาไป
แต่เราจับตาเพื่อดูทางหนีทีไล่ของตัวเอง
จึงต้องรอดู ไม่ว่าจะชอบใจหรือไม่ก็ตาม แต่นี่คือทิศทางที่เกิด
พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคที่มีคนชอบมากกว่า บางคนไม่ชอบแต่ก็เลือก
ทำไมหรือ
เพราะคำตอบง่ายๆ ไม่ชอบอีกฝ่ายมากกว่า
ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายระลึกถึงความต้องการนี้ในใจ เสียงที่ให้ไปไม่ได้บอกว่าเพื่อไทยทำอะไรก็ได้ แต่เสียงที่ได้ไปมีความหมายอันแน่นอนว่า ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำ
ขอให้ตระหนักไว้ให้ดี ทั้งสองฝ่าย
เพื่อไทยก็ตกสวรรค์ได้ถ้าไม่เข้าใจ เหมือนที่ประชาธิปัตย์ตกสวรรค์มาแล้วเพราะไม่เข้าใจ
ไม่เข้าใจว่าการเมืองภาคประชาชน ซับซ้อนเกินกว่าตรรกะเดิมๆสามารถนำมาใช้ได้
การสื่อสารระหว่างบุคคลมันกว้างไกลจนคุณไม่สามารถกะเกณฑ์นั่นนี่ได้อีกต่อไป
ดังนั้นหากเพื่อไทยอ้างความเห็นชอบหรือที่ชอบเรียกว่าฉันทามติ ในความเห็นส่วนตัวผมแล้ว ฉันทามติไม่มีจริง เพราะความซับซ้อนของสังคมและปัจเจกบุคคลมันไกลเกินกว่าทำความเข้าใจได้ถ่องแท้ สิ่งที่เป็นตัวแทนที่แท้จริงในวันนี้ให้พอจับต้องได้เราควรเรียกมันว่า สถิติ จะใกล้เคียงกว่า
ยกตัวอย่างเช่น คนที่กาให้พรรคเพื่อไทย เพราะสาเหตุการล้อมปราบอาจมีเป็นจำนวนมาก แต่คนกลุ่มเดียวกันนี้อาจไม่เห็นด้วยกับการประนีประนอมกับเขมร แต่ก็ยังยินดียกคะแนนให้เพื่อไทยมากกว่า เพราะระหว่างการยอมรับให้เกิดการยอมความกับเขมรกับการต้องทนเห็นคนมากมายตายเปล่า สู้ยอมให้ญาติดีหรือเป็นเบี้ยล่างทางการเมืองระหว่างประเทศยังดีกว่า อย่างน้อยการค้าชายแดนจะได้ไม่มีปัญหา
ดังนั้นระหว่างบุคคลต่อบุคคลมีเหตุผลในการยอมรับแตกต่างกัน เราจึงไม่สามารถทึกทักเอาได้ว่า
คนเลือกเพื่อไทยแล้ว = คนอยากให้คุณทักษิณกลับมา
คนเลือกเพื่อไทยแล้ว = คนอยากให้คุณทักษิณได้เงินคืน
คนเลือกเพื่อไทยแล้ว = คนอยากได้ค่าแรงเพิ่มขึ้นเป็น 300 บาท (ในขณะที่ข้าวจะมีราคาจานละ 45 บาท)
คนเลือกเพื่อไทยแล้ว = คนยอมรับว่ารูปแบบการชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นสิ่งถูก
สมการเหล่านี้ไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะแต่ละคนมีมุมมองที่คล้ายคลึงแต่แตกต่าง
ลองมาดูสมการนี้บ้าง
คนเลือกเพื่อไทยแล้ว =คนไม่อยากได้อภิสิทธิ์เป็นนายก
คนเลือกเพื่อไทยแล้ว =คนไม่เห็นว่ารัฐบาลที่แล้วทำดีแล้ว
คนเลือกเพื่อไทยแล้ว =คนไม่เห็นว่ารูปแบบการหาเสียงของประชาธิปัตย์เป็นเรื่องที่น่าคล้อยตามหรือสมควรเห็นดีเห็นงามด้วย
สมการข้างหลังจะเป็นจริงมากกว่าเพราะไม่ต้องใช้เวลาหาเหตุผลรับรองหลายชั้น
และแน่นอนว่าถ้าจะบอกว่า
คนเลือกเพื่อไทยแล้ว =คนไม่รักทหาร ไม่เห็นคุณค่าของทหาร
ย่อมเป็นสมการที่คลุมเครือไม่ถูกต้อง
แต่ถ้าจะบอกว่า
คนเลือกเพื่อไทยแล้ว =คนไม่สนใจสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้นำก่อนการเลือกตั้ง
อันนี้จึงเป็นความจริงมากกว่ามาก

ดังนั้นต้องแปลดีๆนะครับ อย่าเหมารวม สองโหลบาทเดียว

แต่ว่าก็ว่าเถอะ ผมว่า เรื่องนี้เพื่อไทยเข้าใจ และใช้มันอยู่ ในขณะที่ประชาธิปัติย์ไม่เคยเข้าใจ
ชอบคิดเองเออเอง ถึงได้แพ้

วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 30, 2554

เลือกตั้ง ขอใช้สิทธิ...เถอะนะ




เลือกตั้งเป็นความหวังหนึ่งเดียวของประชาชน
วันเลือกตั้งเป็นวันเดียวที่คนทุกคนยากดีมีจนมีคุณค่าในชีวิตเท่ากัน
นับจากเกิดมนุษย์ขึ้นมาในโลก ไม่ว่าจะมีการปกครองรูปแบบใดก็ตาม ไม่เคยมีวิธีการปกครองแบบใดที่ให้โอกาสมนุษย์ที่จะมีสิทธิเท่าเทียมกันยิ่งไปกว่าประชาธิปไตย
แต่ขอกั๋กไว้นิดว่า เฉพาะวันเลือกตั้งเท่านั้น
ดังนั้นใครไม่ไปใช้สิทธิ น่าเสียดาย เพราะมันเป็นวันเดียวที่คุณจะได้มีโอกาสอันหาได้ยากยิ่งในชีวิตประจำวันที่ไม่สามารถหาความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริงได้

ลองคิดดู มีอะไรที่คุณได้อย่างเท่าเทียมกันแท้จริงมีบ้างหรือไม่
มีจริงหรือ ไม่ต้องอะไรมากแค่สิทธิที่จะคิดต่างยังไม่มี

ดังนั้นการหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งเป็นความเท่าเที่ยมที่มีเพียงหนึ่งเดียว
เขาซื้อเสียง ถึงมันจะไม่ดี คุณมีสิทธิขาย
เขาโกหก ถึงมันจะโง่เขลา คุณก็มีสิทธิเชื่อ
เขามีนโยบายประชานิยม ถึงมันจะพังไปเป็นแถบ คุณก็มีสิทธิชอบ
เขาบ้าอำนาจ ถึงมันจะอันตราย แต่คุณก็สิทธิรัก
เขาเป็นหุ่นเชิด ถึงมันจะหน้ามืดตามัว แต่คุณก็มีสิทธิเลือก

หนึ่งเสียงนี้ เป็นสิทธิอันชอบธรรมของคนผู้เป็นประชาชนคนหนึ่ง
ผมจึงขอประณามมันทุกรูปนาม ที่คิดแย่งชิงสิทธินี้ไป
ปฏิวัติทีหลังยังไม่ว่ากัน ยังนับว่าเราได้ใช้สิทธิไปแล้ว
แต่ถ้าเปลี่ยนบัตร เปลี่ยนหีบ มันปวดใจ
เกิดเป็นคนมาหนหนึ่ง เลือกตั้งได้ไม่กี่ครั้ง จะไม่ทำกันขนาดนั้นได้หรือเปล่า ขอได้มั้ย

วันอังคาร, ตุลาคม 07, 2551

สลายการปิดล้อมหน้าสภา คำถามอันมากมาย

สวัสดีครับ ท่านผู้เยี่ยมเยียนที่รัก

ขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ ยังเป็นช่วงเวลาอันสับสนอยู่สำหรับผม สำหรับใครอีกหลายๆคน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
การสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาช่างรุนแรงอะไรปานนั้น ตามข่าว

ผู้คนส่วนมากที่ผมรู้จักจะกล่าวประณามการกระทำของรัฐบาลว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุ ผมเองก็เห็นด้วย
มันเป็นภาพที่ดูแล้ว ทั้งน่าสลดใจ น่าหวาดเสียว น่าตื่นตระหนก

แต่ทว่า พอเวลาผ่านไปสักหลายชั่วโมง ผมก็สามารถเรียกสติกลับมาได้
ไม่ใช่ว่าภาพหลักฐานยังไม่พออีกหรือ สำหรับผู้ที่เชียร์พันธมิตร ผมไม่เถียงเลยครับว่าความรุนแรงอันเกิดขึ้นนี้เป็นเรื่อง น่าอันควรเกิดหรือไม่ เพราะก็เหมือนใครอีกหลายคนที่ไม่หวังให้เกิดเรื่องแบบนี้

แต่เราอยู่ท่ามกลางกระแสข่าวครับ จะดำขาวดีชั่ว รบกวนให้ถอยหลังมาตรองด้วยสติ
ดูข่าวให้ดีให้ชัดและให้จบ อย่าเพ่อปิดหนังสือเมื่ออ่านหน้าแรก ยังมีความคิดเห็นมุมมองอีกมากมายครับให้ทุกท่านคิดให้ดีๆ
ผมไม่ตอบคำถามนี้ครับ เพราะผมเองก็ยังไม่ได้คำตอบ ลองตรองดูนะครับ

รัฐบาลตั้งใจทำเกินกว่าเหตุ เป็นท่าน ท่านจะทำหรือไม่ในสถานการณ์อย่างนี้?
กระสุนแกซน้ำตา เพียงพอหรือไม่ ที่จะสลายการชุมนุม ถ้าพอทำไมต้องมีกระสุนรูปแบบอื่นๆ?
กระสุนแกซน้ำตา รุนแรงขนาดไหน ในระยะไกลทำความบาดเจ็บได้แค่ไหน?
ระเบิดเพลิง ชื่อนี้ฟังดูน่ากลัว แต่มันมีความร้ายแรงเพียงใด?
ระเบิดควัน ทำอันตรายผู้คนในระยะเท่าไร และรุนแรงแค่ไหน?
ระเบิดที่ทำให้ขาขาด มาจากไหน ซากระเบิดระบุได้หรือไม่ว่าน่าจะเป็นของใคร?
ถ้าระเบิดเป็นของตำรวจ จำเป็นต้องใช้หรือไม่ แล้วใช้ทำไม เพื่ออะไร ใช้แล้วใครได้ประโยชน์?
ถ้าเป็นระเบิดของมือที่3 ทำเพื่ออะไร ประโยชน์คืออะไร?
กระสุนแกซน้ำตาได้ยินว่ายิงเป็นวิถีโค้งไม่อันตราย ทำไมตำรวจบางท่านจึงหันกระบอกเข้าตรงๆ เกิดอะไรขึ้น?
ใครบ้างที่บาดเจ็บ ชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างไร?
คุณเทียนชัย ไม่ทราบนามสกุล ที่เป็นเพื่อนคุณบัญชา บุญแก้ว เป็นใครมาจากไหนที่ให้ข่าวเดอะเนชั่นว่าเห็นตำรวจขว้างระเบิดลูกเกลี้ยงเข้ามา เขาเห็นอะไรรายละเอียดเป็นอย่างไร?
คุณบัญชา บุญแก้ว ถูกอะไรที่ขาทำไมกระดูกแตกละเอียด ทำไมผิดธรรมชาติของระเบิดลูกเกลี้ยง?
ผู้ที่เสียชีวิต เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด?
ทำไมคนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นกลางอย่างคุณหญิงพรทิพย์ ถูกขัดขวางไม่ให้เข้าตรวจ ใครขัดขวาง ขัดขวางทำไม ขัดขวางแล้วได้อะไร หรือไม่เสียอะไร?
รถระเบิด ระเบิดทำไม ระเบิดแล้วได้อะไร ใครควรเป็นคนทำ ระเบิดมาจากไหน?
ก่อนการสลายมีการพูดคุยหรือไม่ ถ้าใช่ผลลัพธ์คืออะไร ถ้าไม่ใช่ทำไมไม่พูดคุย ต้องการอะไร?
ถ้าพูดคุยพันธมิตรยินดีให้ผ่านหรือไม่?
ถ้าไม่ยอมทำอย่างไร ย้ายที่ประชุม พันธมิตรจะเห็นเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลไม่ใช้กำลังหรือไม่ หรือจะบอกว่ารัฐบาลไม่เอาไหน?
ถ้าไม่ใช้กำลัง ซึ่งโดยสากลแล้วการใช้กำลังโดยการใช้แกซน้ำตาคือมาตราการเบาที่สุด แล้วจะทำอย่างไร?
ผู้ที่วิจารณ์ว่า ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ให้คำตอบอะไรที่ดีกว่าบ้างนอกจากตำหนิ?
พันธมิตรโดยเฉพาะผู้นำต้องการเห็นอะไร ถึงได้ส่งคนไปหน้ารัฐสภาทั้งที่เรื่องการประชุมไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลอย่างเดียวเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฏร?
ทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ถามฝ่ายค้านว่าควรจะย้ายการประชุมหรือไม่?
ถ้าฝ่ายรัฐบาลตัดสินใจ ฝ่ายค้านจะให้ความเห็นว่าอย่างไร?
สิ่งที่ตำรวจทำ ถ้าถูกกำหนดให้เป็นความรุนแรง ฝ่ายค้านย่อมไม่ร่วมประชุมตามปกติ แล้วทำไมถ้ารัฐบาลเป็นผู้สั่งให้ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุถึงคิดว่าการประชุมอันนั้นจะครบองค์และสมศักดิ์ศรี?
ทำไมฝ่ายรัฐบาลถึงต้องคิดว่าย้ายที่ประชุมไม่ได้?
รัฐสภาต้องประชุมตามวาระ มันถูกหรือไม่ที่ปิดล้อมไม่ให้เข้าประชุม?
เคยเห็นการประท้วงต่างประเทศหรือไม่ แม้มีการชุมนุมแต่ไม่กีดขวางทางเข้าออก ของเขาไม่เข้าท่า หรือว่าเราทำเกินไป?
ก่อนสลายการชุมนุม ตำรวจไม่ทำการประเมินความเสี่ยงหรือครับ นับตั้งแต่ภาพข่าวจนถึงการกำหนดภาระหน้าที่ มันอ่อนไปหรือเปล่า?

อ่านไปอ่านมาบางท่านอาจจะบอกว่าผมเข้าข้างรัฐบาลอีกแล้ว แต่ไม่หรอกครับผมอยู่ข้างบ้านเมืองมากกว่า
คำถามบางคำอาจไม่ถูกใจกัน มันก็เป็นได้ ในโลกปถุชนนี้ แต่ด้วยสุจริตครับ ผมอยากให้บ้านเมืองนี้ดีกว่าอยากให้ใครอยู่ใครไป มันไม่ได้อะไร เจ็บกันทุกฝ่าย
ขออภัยที่คำถาม ระบุชื่อผู้รับบาดเจ็บเป็นตัวอย่าง เพียงเพื่อบอกว่าเราไม่ควรจบคำถามกันแค่ที่ผลของมันแต่เราน่าจะตั้งคำถามเพื่อถามหาสาเหตุของมัน
ผมอยากให้ช่วยกันตั้งคำถามครับ ก่อนเชื่อ
เราตัวเล็กๆ คงเป็นได้แค่หมาก ไม่ว่าจะฝ่ายไหน แต่ถ้าจะเป็นหมากแล้วเราก็น่าจะทบทวนให้แน่ใจว่าเราเข้าใจดีแล้ว ก่อนจะไปเป็นหมากให้ใคร