เมืองไทยไม่น่าเลย!: อย่าซ้ำรอยเดิม

วันเสาร์, กันยายน 23, 2549

อย่าซ้ำรอยเดิม

ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อ แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว
รัฐประหารในไทยได้เกิดขึ้นอีกแล้วจริงๆ
ถ้าไม่สนใจเบื้องลึกเบื้องหลังของการตัดสินใจ ทั้งจะเป็นเรื่องเหยียบเท้าข้ามหัวกันจนทำให้ทนไม่ไหวแล้วละก็
ต้องบอกว่าเหตุผลสนับสนุนนั้นมีมากพอแก่คำว่า สมเหตุสมผล สำหรับคนไทยด้วยกันจริง
แต่สำหรับคนต่างชาติ มันมองไม่เห็นเหมือนอย่างเราเห็นแน่นอนครับ
ไม่ต้องอะไรมาก เทียบกับเรื่องในบ้านเราแล้วกัน ตัวเราเองก็ไม่แน่ว่าจะรู้เต็มที่เต็มร้อยว่า ปัญหาของลูก สามี ภรรยา ของตนนั้นเป็นอย่างไร อาจจะรู้สัก 70-80 ส่วนในร้อยส่วนก็เป็นได้
ทีนี้เพื่อนบ้านของเรา มองมา เขาก็รู้ได้แค่ 20-30ส่วน หรือว่าดีไม่ดีก็ผิดหมดเลยก็ได้
ประเทศนั้นใหญ่กว่านั้นอีกมากครับ จะให้ประชาชนในอีกประเทศรับรู้และเข้าใจได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก
สิ่งที่คนหนึ่งคนใดนั้นจะรับรู้ก็ต้องเข้ามากระทบมิติความคิดพื้นฐานของแต่ละคนเข้าไปอีกเพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายดายในสมการ 1+1 เป็น 2 แน่นอน
อย่างเราอยู่ในประเทศไทยอย่างนี้ ถามว่าเรารู้สึกอย่างไรกับรัฐบาลทหารของ พม่า ครับ อาจจะรู้สึกไม่ดี กลัว ไม่อยากไปเที่ยวเลย แต่สำหรับคนที่เคยไป เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรนี่ครับ น่าสนใจ และมีศักยภาพมากมาย
หรือเรามอง เวียดนาม เป็นประเทศที่ล้าหลังเรามาช่วงหนึ่งแล้ว แต่ ถ้าไปเยี่ยมเยียนก็จะรู้ว่าบ้านเมืองเขาสิ่งก่อสร้างเท่านั้นที่ดูล้าหลัง แต่อย่างอื่นๆทั้งเทคโนโลยี และ ความรู้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเรา และในบางภาคส่วนก็ก้าวล้ำเกินกว่าเราแล้ว

แต่ก็นั่นแหละ แม้ผมจะเล่าอย่างนี้ บางคนก็คงไม่เชื่อใช่มั้ยครับ เพราะสารที่รับรู้นั้น มันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าน้ำหนักจะมากน้อยและความถี่ในการรับ รวมถึงแหล่งที่มา อีกต่างหาก
ถ้าคิดด้วยตรรกะธรรมชาติอย่างนี้แล้ว บางคนก็คงจะนึกออกว่า พื้นฐานการทำธุรกิจ หรือ ความเกี่ยงโยงในด้านเศรษฐกิจมหภาคนั้น มันก็มาจาก ความ-เชื่อ-มั่น นั่นเอง
แล้วความเชื่อมั่นนั้นมันมาจากไหนละครับ ก็คิอข่าวสาร และการรับรู้ ซึ่งมันก็วนกลับไปถึง ความคิดความเชื่อพื้นฐานของประชาชนในแต่ละประเทศอีกครั้งหนึ่ง
การที่จะทำให้คนเกิดความเชื่อมั่นนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ เราเป็นก่อน
ง่ายๆเลยครับ ลองนึกดูว่าถ้าตัวเราเองไม่เชื่อมั่นในตัวเอง เวลาเราชักชวนใครให้ร่วมไปกับเราใครเขาจะเชื่อล่ะครับ
ได้แต่ขอให้ทุกๆคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนไทย ทั้งที่เคยคิดเห็นแก่ตัว ทั้งที่เคยกังวล ทั้งที่เคยใช้อารมณ์ ทั้งที่เคยขุ่นมัว
ขอให้ลืมครับ ลืมเรื่องบาดหมางใจไปซะ ให้เหมือนว่าไม่เคยเกิดขึ้นเลย แล้วมุ่งมั่นจับเอาแต่ประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก
ไม่คิดถึงใครเลย ก็ขอให้คิดถึงลูกหลานที่เขาจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่บนผืนแผ่นดินไทยเถอะครับ
เรามันก็จะเข้าโลงกันไปทุกวันมันก็แค่นั้นเอง

2 ความคิดเห็น:

surasit_joe กล่าวว่า...

เวลาผ่านไปแล้วหนึ่งปี ผู้เขียนไม่คิดจะเขียนบทความใหม่หรือครับ?

ตระกูลไทย กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ ที่ให้ความสนใจ
เวลาที่ผมเขียนบทความก็เพราะสนองความอัดอั้นตันใจของตัวเองครับ
ไม่ได้หมายความว่าขณะนี้ไม่อัดอั้นตันใจครับ
และไม่ได้กระแดะด้วย
แต่เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบในช่วงที่ผ่านมา
ผมไม่อยากเป็นหนึ่งในเชื้อฟืน สุมไฟใส่มวลชนครับ
ถึงแม้ว่าจำนวนคนอ่านไม่เยอะนัก
ส่วนมากผ่านมาผ่านไป
แต่ก็นั่นแหละครับ แม้จะเป็นเศษเสี้ยว เป็นลมที่น้อยกว่าผิวปาก แต่ก็ไม่อยากให้มีส่วนกระพือไฟเลยจริงๆครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับที่สนใจ ให้เวลาอ่านงานของผม
ถ้าสนใจจริงๆเร็วนี้ผมคงจะเริ่มงานอีกครั้งให้เรามีเลือกตั้งกันให้เรียบร้อยก่อนเถอะครับ